สมัคร Royal Online อลอนโซ่รับไม่เคยยิงจุดโทษก่อนซัดเสมอมิลานชปล.

สมัคร Royal Online

ชาบี อลอนโซ่ อดีตยอดแข้ง ลิเวอร์พูล ทำเอาสาวก “เดอะ ค็อป” อึ้งไปเลย เมื่อยอมรับว่าไม่เคยทำหน้าที่ยิงจุดโทษเลย ก่อนจะสังหารจุดโทษตีเสมอ 3-3 ให้ “หงส์แดง” แมตช์ดวล เอซี มิลาน ในนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมระบุเหตุที่ต้องทำหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจาก ราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่ มอบหมายให้ทำ และหากวันนั้นยิงไม่เข้า เรื่องราวของตนกับยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ คงแตกต่างไปจากนี้

สมัคร Royal Online ชาบี อลอนโซ่ ตำนานกองกลางทีมชาติสเปน เปิดใจตนไม่เคยรับหน้าที่ยิงจุดโทษมาก่อนเลยในชีวิตนักเตะอาชีพ ก่อนที่จะขันอาสาทำหน้าที่สำคัญให้ ลิเวอร์พูล ในจังหวะสังหารจุดโทษแมตช์นัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005

“เดอะ เร้ดส์” สร้างประวัติศาสตร์อันเลื่องลือในฐานะจอมพลิกนรกหลังจากที่ตามหลัง เอซี มิลาน 0-3 ตั้งแต่ครึ่งแรก แต่สุดท้ายพวกเขาทำให้โลกตะลึงเมื่อกลับมายิงตีเสมอ 3-3 จาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ และ อลอนโซ่ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นช่วงราวๆ 6-7 นาทีของครึ่งหลัง และได้แชมป์สมัยที่ 5 เมื่อยิงจุดโทษชนะ “ปีศาจแดงดำ” จนกลายเป็นตำนาน “มหัศจรรย์อิสตันบูล”

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจก็คือจังหวะตีเสมอ 3-3 “หงส์แดง” ได้จุดโทษ โดยปกติแล้ว “สตีวี่จี” จะต้องรับหน้าที่สำคัญนี้ แต่กลายเป็นว่า อลอนโซ่ เป็นคนขันอาสารับผิดชอบเอง แม้จังหวะแรกจะยิงไปติดเซฟ ดีด้า นายทวารชาวบราซิเลียน แต่ก็วิ่งตามเข้าไปซ้ำจนบอลซุกก้นตาข่าย

อลอนโซ่ ซึ่งประกาศแขวนสตั๊ดหลังช่วย “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี ในฤดูกาลนี้ เผยกับ “โฟร์โฟร์ทู” นิตยสารลูกหนังชื่อก้องโลก ว่า ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมในตอนนั้น บอกให้ตนรับผิดชอบยิงจุดโทษ เพราะ เจอร์ราร์ด เพิ่งจะพลาดจุดโทษในเกมกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

“บอกตามตรงนะ ผมไม่เคยยิงจุดโทษมาก่อนเลย ผมมองเห็นภาพตัวเองเกี่ยวกับการรับหน้าที่ยิงจุดโทษ และทุกๆ อย่างที่ผมเห็นที่ใบหน้าของผมก็คือความตื่นตระหนกที่เกิดจากความตึงเครียด และการแบกรับความรับผิดชอบ หากจังหวะนั้นไม่เข้า เรื่องราวของผมกับ ลิเวอร์พูล อาจจะแตกต่างไปจากนี้ก็ได้ !”

“ผมเครียดมากๆ ราฟา บอกกับผมก่อนนักชิงว่า ถ้าเราได้จุดโทษ ผมจะต้องรับหน้าที่นี้ เพราะ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เพิ่งจะพลาดในเกมกับ สเปอร์ส ผมพูดอะไรนะเหรอ ? ไม่ได้พูดเลย ผมต้องรับหน้าที่นั้น ในช่วงพักครึ่งมันเป็นอะไรที่ย่ำแย่ที่สุด เราต้องยิง 3 ประตูในการสู้กับโคตรกองหลังทั้ง อเลสซานโดร เนสต้า, เปาโล มัลดินี่, ยาป สตัม และ คาฟู”

“มีบางคนพูดออกมาว่า -เราจำเป็นต้องสู้อย่างเต็มที่- ส่วนคนอื่นๆ พูดว่า -เราจะพบกับเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่านี้อีกไหม ?- สุดท้ายแล้วมันกลายเป็นประวัติศาสตร์ เพราะเราสร้างเรื่องที่สุดเหลือเชื่อในการพลิกกลับมาชนะ ความมหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้ในวงการฟุตบอล” อลอนโซ่ ร่ายยาว