M8BET ฟรีคิกสุดเฉียบ! โด้กดชัยนำ “ชุดขาว” เชือดเกรมิโอป้องแชมป์สโมสรโลก

M8BET

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตะบันฟรีคิกสุดสวยพา “ราชันชุดขาว” แชมป์ยุโรปและแชมป์เก่าเบียดเอาชนะ เกรมิโอ แชมป์อเมริกาใต้หวุดหวิด 1-0 ป้องกันแชมป์สโมสรโลกได้สำเร็จ ที่อาบู ดาบี ,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกปี 2017
รอบชิงชนะเลิศ
วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560
เรอัล มาดริด (สเปน) 1 – เกรมิโอ (บราซิล) 0

สนาม : เช็ค ซาเยด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดี้ยม , อาบู ดาบี , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

M8BET “แชมป์เก่า” เรอัล มาดริดมุ่งมั่นที่จะเป็นทีมแรกที่ป้องกันโทรฟี่รายการนี้ได้ปรับทัพสามรายจากเกมชนะอัล จาซีร่าในรอบตัดเชือกโดยส่งเซร์คิโอ รามอสกัปตันทีม, โทนี่ โครส และดานี่ การ์บาฆาลออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ขณะที่แกเร็ธ เบลนั่งอยู่ในซุ้ม

รวมแล้ว กุนซือซีเนดีน ซีดานใช้งานผู้เล่น 11 ตัวแรกชุดเดิมเหมือนเกมคว่ำยูเวนตุส 4-1 คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาครองได้สำเร็จ

ด้านเกรมิโอซึ่งเข้ามาชิงดำด้วยการล้มปาชูก้าทีมจากเม็กซิโก 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษคุมทัพโดยเรนาโต้ เกาโช่ซึ่งเคยได้แชมป์รายการนี้มาแล้วสมัยเป็นขุนพลทีมเกรมิโอโดยในยุคนั้นยังใช้ชื่อว่าอินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ และวางใจใช้ทีมชุดเดิมจากเกมนัดที่แล้วลงบู๊

ราชันชุดขาวเปิดเกมรุกเข้าหาทันที ขณะที่ทีมจากเมืองกาแฟใช้แท็คติกตัดเกมทำฟาวล์ถี่ยิบตั้งแต่ต้น และหลังจากมีโอกาสทำเสียวเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ในที่สุดนาทีที่ 24 ลูก้า โมดริชก็สบช่องกระชากบอลตัดเข้ามากระทุ้งริมเขตโทษด้านซ้าย ส่งบอลถากเสาสองไปนิดเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ดี อีกสามนาทีต่อมา กาเซมิโร่ก็ชิงโดนจดชื่อเป็นคนแรกข้อหาสไลด์ใส่ลูอันอันตราย และจากลูกฟรีคิกระยะมากกว่า 40 หลาของเกรมิโอ เอดิลสันก็โชว์พลังแข้งวิ่งเข้าตะบันลูกฟรีคิกพุ่งโค้งเป็นจรวดไปตกบนหลังคาอย่างน่าเสียวไส้

ขยับมาถึงนาทีที่ 39 โครสโดนกระแทกล้มน่าเกลียด ทำให้ทีมจากลา ลีกาได้ลูกฟรีคิกระยะ 28 หลา คริสเตียโน่ โรนัลโด้จึงรับหน้าที่ซัลโวส่งบอลข้ามคานไปไม่เยอะ จบครึ่งแรกทั้งสองทีมจึงเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลังทีมจากแดนกระทืงยังบุกต่อ และถึงนาทีที่ 53 เชอิลซอนไปเกี่ยวโรนัลโด้ล้ม ผู้ตัดสินจึงเป่าให้ทีมชุดขาวได้ลูกฟรีคิกระยะ 30 หลาทางด้านซ้าย และเป็นสตาร์โปรตุกีสดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้ทำหน้าที่วิ่งเข้าตะบันเองส่งบอลเสียบเสาแรกอย่างแม่นยำพาแชมป์ยุโรปนำหน้า 1-0

เรอัล มาดริดเดินหน้าต่ออย่างคึกคัก และน่าจะได้เฮเพิ่มในอีกห้านาทีต่อมาเมื่อมาร์เซโล่เติมเกมขึ้นทางซ้ายก่อนสาดบอลขึ้นหน้าเข้าเขตโทษให้คาริม เบนเซม่าโขกย้อนคืนก่อนที่โรนัลโด้จะเข้าเก็บตกสับไกไม่เหลือ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงว่าดาวยิงเฟรนช์แมนล้ำหน้าก่อนแล้ว

นาทีที่ 61 กาเซมิโร่พาบอลขึ้นมาส่องไกล ทำเอามาร์เชโล่ โกรเฮต้องผวาปัด จากนั้นอีกสองนาที เกรมิโอซึ่งเป็นรองบานตะไทก็เปลี่ยนชาเอลลงไปแทนลูคัส บาร์ริออส แต่เกือบเสียหายเพิ่มอีกในพริบตาต่อมาเมื่อโมดริชได้ง้างจากหน้าเขตโทษ ดีที่ว่าโกรเฮล้มตัวปัดได้สำเร็จ

ผ่านมาถึงนาทีที่ 71 ทีมจากบราซิลส่งเอเวอร์ตันลงไปแทนรามิโร่อีกราย ขณะที่เรอัล มาดริดใช้บริการลูกัส บาสเกซแทนอิสโก้ในอีกสองนาทีต่อมา

เข้าสู่ช่วงสิบนาทีสุดท้าย เรอัล มาดริดส่งแกเร็ธ เบลลงไปแทนเบนเซม่า และน่าจะตอกฝาโลงได้ในนาทีที่ 82 เมื่อโรนัลโด้ได้ลูกจ่ายกดเต็มเกือกในกรอบเขตโทษด้านขวา แต่โกรเฮล้มตัวเซฟได้ก่อนที่เบลจะได้โชว์ในนาทีถัดมาด้วยยิงลูกดีดไซค์ก้อยอันทรงพลังระยะ 18 หลาโดนนายประตูทีมเยือนปัดพ้นคานหวุดหวิด

นาทีที่ 84 เกรมิโอปล่อยไมค่อนลงไปแทนมิเชลเป็นไพ่ใบสุดท้าย แต่ทำอะไรทีมชุดขาวไม่ได้เลย จบเกมแชมป์ยุโรปจึงกำชัยไป 1-0 ได้แชมป์สโมสรโลกเป็นสมัยที่สามเทียบเท่าสถิติสูงสุดที่บาร์เซโลน่าทีมคู่ปรับร่วมลีกทำเอาไว้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด : เกย์ลอร์ นาวาส, ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, มาร์เชโล่, ลูก้า โมดริช, กาเซมีโร่, โทนี่ โครส, อีสโก้ (ลูกัส บาสเกซ น.73) , คาริม เบนเซม่า (แกเร็ธ เบล น.79) , คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เกรมิโอ : มาร์เชโล่ โกรเฮ, เอดิลซอน, เปโดร เคโรเมล, วอลเตอร์ คันเนมันน์, บรูโน่ กอร์เตซ, เชอิลซอน, มิเชล (ไมค่อน น.84) , รามิโร่ (เอเวอร์ตัน น.71) , ลวน, แฟร์นันดินโญ่, ลูกัส บาร์รีออส (ชาเอล น.63)

ผู้ตัดสิน : เซซาร์ อาร์ตูโร่ รามอส (เม็กซิโก)